—(•·÷[ ChOmPoO ]÷·•)—
23/9/53
28/8/53
มีเดียมอนิเตอร์ ชี้โลกออนไลน์ เหยื่อสังคมการเมือง
สำนักข่าวต่าง ประเทศรายงานเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า ผลการ สำรวจโดยบริษัทวิจัย อินไซด์ เน็ตเวิร์ค พบว่า ภาษาอินโดนีเซียเป็นภาษาที่สมาชิกเว็บไซต์เฟซบุ๊กใช้มากที่สุดในเอเชีย และเป็นภาษาที่สมาชิกเฟซบุ๊กใช้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก หรือเท่ากับว่า ชาวอินโดนีเซียกว่า 20 ล้านคนเป็นสมาชิกเว็บไซต์ดังกล่าว และแม้ว่าประชาชนอินโดนีเซียจะเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากร 234 ล้านคนของประเทศ
อย่างไรก็ดี พบว่า ผู้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เฟซบุ๊กกว่าครึ่งของสมาชิกเฟซบุ๊กทั่วโลกราว 400 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาที่มีการใช้รองลงมาคือภาษาสเปน, ฝรั่งเศส และตุรกีตามลำดับ.
ข่าวโดย ไทยรัฐออนไลน์
อย่างไรก็ดี พบว่า ผู้สมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เฟซบุ๊กกว่าครึ่งของสมาชิกเฟซบุ๊กทั่วโลกราว 400 ล้านคน ใช้ภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาที่มีการใช้รองลงมาคือภาษาสเปน, ฝรั่งเศส และตุรกีตามลำดับ.
ข่าวโดย ไทยรัฐออนไลน์
มีเดียมอนิเตอร์ ชี้โลกออนไลน์ เหยื่อสังคมการเมือง
มีเดียมอนิเตอร์ สรุปผลการศึกษาผลสำรวจปรากฎการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออ นไลน์ พร้อมหยิบกรณี ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค พันธิป และฟอร์เวิร์ลเมล มาเป็นแหล่งอ้างอิง…
วันนี้ (3 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม ร่วมกันจัด การประชุมเครือข่ายวิชาการ และวิชาชีพสื่อสารมวลชน 1/2553 สื่อในวิกฤตการเมือง:สะท้อนปรากฏการณ์หรือแสวงหาทางออก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ สะท้อนการทำบทบาทหน้าที่การทำงานของสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงาน เชิงวิชาการ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อย่างมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสาร มวลชน
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรร่วมเสวนาหลายราย ประกอบด้วย นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ นางสาวนฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนางสาวอัจฉริยา อักษรอินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (เคเทค อะคาเดมี่) โดยมี นางสาวรัฏฐา โกมลวาธิน พิธีกร สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือ มีเดียมอนิแตอร์ กล่าวว่า มีเดียมอนิเตอร์ ได้ศึกษา ปรากฏการณ์ความขัดแย้ง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจตรวจสอบปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการชุมนุมระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-30 พ.ค.2553 ด้วยวิธีการวิจัยเนื้อหา ผ่าน 4 กลุ่มช่องทางสื่อใหม่อย่าง 1.เว็บเฟซบุ๊ค 2.ทวิตเตอร์ 3.เว็บบอร์ดพันธิป และ 4.การใช้ฟอเวิร์ดเมล์
ผู้จัดการ ผ่ายวิชาการ มีเดียมอนิเตอร์ กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาพบว่า การใช้พื้นที่สื่อออนไลน์ เพื่อการสื่อสารทางการเมืองในระดับกว้างคึกคัก และเข้มข้นแต่ค่อนข้างไปในลักษณะที่สร้างความแตกแยกมากกว่าความสมานฉันท์ และการใช้สื่ออนไลน์ เพื่อการสื่อสารความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างชนชั้นกลางและกลุ่มผู้ชุมนุม ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาล และผู้ต่อต้าน แม้จะมีเหนือหาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง/นปช.บ้าง แต่ก็พบว่าค่อนข้างน้อย อาจมาจากสาเหตุที่รัฐควบคุมหรือ สั่งปิดเว็บที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ปลุกระดมและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและสะท้อนว่า ผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ในเชิงสันติวิธีการหาทางออกและข้อเสนอแนะ ของวิกฤตปัญหาทางการเมืองนั้นยังอยู่ในระดับที่ไม่เข้มข้น แบ่งออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้
1.กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค
จากการสำรวจพบ 1307 เว็บ แบ่งเป็น 19 กลุ่มวัตถุประสงค์ มากที่สุด คือ 1.กลุ่มต่อต้านคนเสื่อแดง2.กลุ่มรักในหลวง/รักสถาบัน3.กลุ่มรักประเทศไทย 4.กลุ่มสนับสนุนแดง 5.กลุ่มสนับสนุนรับบาล 6,กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า จำนวนกลุ่มรณรงค์ที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านคนกลุ่มเสื้อแดงมีสัดส่วนมากสุด 32% รักในหลวง/รักสถาบัน11%รักประเทศไทย 9% สนับสนุนรัฐบาล 6%ขณะที่กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองที่สนับสนุนคนเสื้อแดงมีเพียง9% จากสนับสนุน เสื้อแดง และ 6%จากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล รวมกันเป็น 15% เท่านั้น
แต่หาก พิจารณาสำรวจจำนวนสมาชิก ของแต่ละกลุ่มเฟซบุ๊ค 30 อันดับแรก พบว่ากลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดคือ กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา(556,339 คนณวันที่ 30 พ.ค.53)
2.ผู้ทรง อิทธิพลข่าวสารทางการเมืองข้อมูลข่าวสารผ่านไมโครเว็บทวิตเตอร์ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.เนื้อหาที่เน้นเผยแพร่ข่าวการเมือง 2.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นวิพากวิจารณ์การเมืองแต่มีเนื้อหาด้านอื่นสอดแทรก 3.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นข้อมุลการจราจร4.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นด้านธรรมะ และ 5.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นพูดคุยทั่วไป อีกทั้ง ข้อมูลจากlab/thaitrend พบ 20อันดับ ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในทวิตเตอร์ เป็นนักข่าวทั้งหมด 9คนจาก 10 คน สังกัด เครือเนชั่นมากสุดถึง 8 คน ที่เหลือเป็นบุคคลจากวงการต่างๆเช่น ดารา นักร้อง นักเขียน เป็นต้น สำหรับ 10 อันดับ ทวิตเตอร์ของบุคคลทีทมีผู้ติดตามมากที่สุด 1.@suthichai/สุทธิชัย หยุ่น/บรรณาธิการเครือเนชั่น2.@noppatjak/นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์/นักข่าวเนชั่นทีวี3.@Nattha_tvthai4.@Neaw_NBC/Neaw/นักข่าวเนชั่น ทีวี5.@jin_nation/somroutai/นักข่าวเนชั่นทีวี6.@satien_nna/satien viriya /นักข่าวเนชั่นทีวี 7.@can_nw/แคน สาริกา/บก.เนชั่นสุดสัปดาห์ 8.@paisalvision/ไพศาล พืชมงคล/บก.เว็บไซต์ส่วนตัว paisalvision.com 9.@warakorn_NBC/Warakorn Pinrarod/นักข่าวเนชั่นทีวี
10.@Cake_NBC/Phitchaphat /นักข่าวเนชั่นทีวี ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.15 น. และ 10 อันดับทวิตเตอร์ขององค์กรสื่อที่มีผู้ติดตามมกที่สุด ได้แก่ 1.@js100radio/ศูนย์วิทยุ จส.100 2.@ktnews/กรุงเทพธุรกิจ3.@ThaiPBS/TVThai 4.@nnanews/nation news agency5.@BBTVChannel7 6.@PostToday/โพสต์ทูเดย์7.@Thairath_News/ไทยรัฐ 8.@MatichonOnline/มติชน 9.@voice_tv/ VoiceTV InternetTV 10.@Thaipost/ไทยโพสต์ ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.40 น.
3.กระบวนการทางการเมืองผ่านเว็บบอร์ดสาธารณะ พันธิปดอทคอม เนื้อหาหลักของเว็บบอร์ดห้องราชดำเนิน แบ่งเป็น 5กลุ่ม ดังนี้ 1.โจมตีวิพากษ์วิจารณ์ฝั่งตรงข้าม 2.แจ้งข่าวสารเหตุการณ์ทั่วไป 3.สื่อสารกันภายในกลุ่ม 4.เปิดโอกาสให้แสดงข้อมูลสืบค้น แสวงหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 5.พูดคุย เสนอแนะทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้างความสมานฉันท์ ลักษณะภาษา ที่พบในห้องราชดำเนินแบ่งเป็น 3กลุ่ม ดังนี้ 1.ภาษาที่ไม่เหมาะสมประชดประชัน เสียดสีฝ่ายตรงข้าม 2.ภาษาที่สุภาพ แสดงความเป้นกลาง ปลอดอคติ และ3.ภาษาพูดทั่วไป
4.ฟอร์เวิร์ดเมล์ทาง การเมือง จากการสำรวจจากการสุ่มศึกษา พบ 46 ฟอร์เวิร์ดที่มีการส่งกันระหว่างเหตุการณ์ชุมนุม โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม เนื้อหามากที่สุด คือ 1.กลุ่มวาทกรรมความรู้ ความจริงการชุมนุม /ความขัดแย้งทางการเมืองพบ 13 อีเมลล์ 2. กลุ่มวาทกรรมรักชื่นชมในหลวงและบุคคลอื่น พบ 9 อีเมล์ 3. มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวาทกรรมตลกล้อเลียน-และกลุ่มวาทกรรม ประณาม ประจาน เท่ากัน พบกลุ่มละ 8 อีเมล์ 4.มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวาทกรรมล้มเจ้า และวาทกรรมโน้มน้าวรณรงค์ทางการเมือง เท่ากัน พบกลุ่มละ 4 อีเมลล์
5.การ สื่อสารทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ แตกแยก/สมานฉันท์ แบ่งการสื่อสามรออกเป็น 2 แบบ คือ 1.กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความแตกแยกทางการเมือง พบ 5 กลวิธี ดังนี้ 1.การแบ่งแยก 2.การโต้แย้งโต้เถียงที่ดุเดือด 3.การตรวจสอบ สอดแนมพฤติกรรม เฝ้าระวัง พฤติกรรม เฝ้าระวังพฤติกรรม /ทัศนคติบุคคล- กลุ่มบุคคลที่อันตราย 4.การกล่าวหา ประณาม แฉ และชักชวนให้กีกกันทางสังคม 5.การสร้างความเกลียดชัง และการปฏิเสธ การอยู่ร่วมกัน และ 2.กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความสมานฉันท์ทางการเมือง พบ 5 กลวิธี ดังนี้ 1.การรวมกลุ่ม 2.การแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ 3.การตรวจสอบเฝ้าระวัง การรายงานข่าวของสื่อ 4.กลุ่มสื่อสารตรวจสอบขุดคุ้ยนำเสนอข้อมูลความจริงและความรู้ที่ปราศจากอคติ 5.การสื่อสารวาทกรรมสันติภาพ การให้อภัย ความรักความสามัคคี
นาย ธาม กล่าวด้วยว่า การศึกษาครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1.ความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2.ความรวดเร็วของข้อมูล 3.การหมิ่นประมาทและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 4.การแสดงความคิดเห็นบนพื้นที่สาธารณะ 5.การรับส่ง สร้าง เผยแพร่ข้อความ 6.อคติ ความเกลียดชัง ความรุนแรง 7.บทบาทสื่อใหม่ในการเสริมสร้างคุณภาพของความรู้ ความคิดเห็นเสรีที่หลากหลาย และการส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์ ปรองดอง
ข่าวโดย ไทยรัฐออนไลน์
http://www.it-update.net/
วันนี้ (3 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม ร่วมกันจัด การประชุมเครือข่ายวิชาการ และวิชาชีพสื่อสารมวลชน 1/2553 สื่อในวิกฤตการเมือง:สะท้อนปรากฏการณ์หรือแสวงหาทางออก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ สะท้อนการทำบทบาทหน้าที่การทำงานของสื่ออย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการทำงาน เชิงวิชาการ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น อย่างมุ่งหวังให้เกิดผลประโยชน์อย่างแท้จริงในการประกอบวิชาชีพด้านสื่อสาร มวลชน
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า งานนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรร่วมเสวนาหลายราย ประกอบด้วย นายภัทระ คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ นางสาวนฤมล ทับจุมพล คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายมานะ ตรีรยาภิวัฒน์ คณะนิเทศน์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนางสาวอัจฉริยา อักษรอินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ เนคเทค (เคเทค อะคาเดมี่) โดยมี นางสาวรัฏฐา โกมลวาธิน พิธีกร สถานีโทรทัศน์ทีวีไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ
นายธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการโครงการศึกษาและเฝ้าระวังสื่อเพื่อสุขภาวะของสังคม หรือ มีเดียมอนิแตอร์ กล่าวว่า มีเดียมอนิเตอร์ ได้ศึกษา ปรากฏการณ์ความขัดแย้ง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อสำรวจตรวจสอบปรากฏการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการชุมนุมระหว่างวันที่ 12 มี.ค.-30 พ.ค.2553 ด้วยวิธีการวิจัยเนื้อหา ผ่าน 4 กลุ่มช่องทางสื่อใหม่อย่าง 1.เว็บเฟซบุ๊ค 2.ทวิตเตอร์ 3.เว็บบอร์ดพันธิป และ 4.การใช้ฟอเวิร์ดเมล์
ผู้จัดการ ผ่ายวิชาการ มีเดียมอนิเตอร์ กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาพบว่า การใช้พื้นที่สื่อออนไลน์ เพื่อการสื่อสารทางการเมืองในระดับกว้างคึกคัก และเข้มข้นแต่ค่อนข้างไปในลักษณะที่สร้างความแตกแยกมากกว่าความสมานฉันท์ และการใช้สื่ออนไลน์ เพื่อการสื่อสารความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างชนชั้นกลางและกลุ่มผู้ชุมนุม ระหว่างผู้สนับสนุนรัฐบาล และผู้ต่อต้าน แม้จะมีเหนือหาจากฝั่งกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง/นปช.บ้าง แต่ก็พบว่าค่อนข้างน้อย อาจมาจากสาเหตุที่รัฐควบคุมหรือ สั่งปิดเว็บที่มีเนื้อหาหมิ่นประมาท ปลุกระดมและหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและสะท้อนว่า ผู้คนที่ใช้สื่อออนไลน์ในเชิงสันติวิธีการหาทางออกและข้อเสนอแนะ ของวิกฤตปัญหาทางการเมืองนั้นยังอยู่ในระดับที่ไม่เข้มข้น แบ่งออกเป็น 5 ประเด็น ดังนี้
1.กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค
จากการสำรวจพบ 1307 เว็บ แบ่งเป็น 19 กลุ่มวัตถุประสงค์ มากที่สุด คือ 1.กลุ่มต่อต้านคนเสื่อแดง2.กลุ่มรักในหลวง/รักสถาบัน3.กลุ่มรักประเทศไทย 4.กลุ่มสนับสนุนแดง 5.กลุ่มสนับสนุนรับบาล 6,กลุ่มต่อต้านรัฐบาล ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า จำนวนกลุ่มรณรงค์ที่มีวัตถุประสงค์ต่อต้านคนกลุ่มเสื้อแดงมีสัดส่วนมากสุด 32% รักในหลวง/รักสถาบัน11%รักประเทศไทย 9% สนับสนุนรัฐบาล 6%ขณะที่กลุ่มรณรงค์ทางการเมืองที่สนับสนุนคนเสื้อแดงมีเพียง9% จากสนับสนุน เสื้อแดง และ 6%จากกลุ่มต่อต้านรัฐบาล รวมกันเป็น 15% เท่านั้น
แต่หาก พิจารณาสำรวจจำนวนสมาชิก ของแต่ละกลุ่มเฟซบุ๊ค 30 อันดับแรก พบว่ากลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุดคือ กลุ่มมั่นใจว่าคนไทยเกิน1 ล้านคนต่อต้านการยุบสภา(556,339 คนณวันที่ 30 พ.ค.53)
2.ผู้ทรง อิทธิพลข่าวสารทางการเมืองข้อมูลข่าวสารผ่านไมโครเว็บทวิตเตอร์ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.เนื้อหาที่เน้นเผยแพร่ข่าวการเมือง 2.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นวิพากวิจารณ์การเมืองแต่มีเนื้อหาด้านอื่นสอดแทรก 3.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นข้อมุลการจราจร4.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นด้านธรรมะ และ 5.กลุ่มเนื้อหาที่เน้นพูดคุยทั่วไป อีกทั้ง ข้อมูลจากlab/thaitrend พบ 20อันดับ ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในทวิตเตอร์ เป็นนักข่าวทั้งหมด 9คนจาก 10 คน สังกัด เครือเนชั่นมากสุดถึง 8 คน ที่เหลือเป็นบุคคลจากวงการต่างๆเช่น ดารา นักร้อง นักเขียน เป็นต้น สำหรับ 10 อันดับ ทวิตเตอร์ของบุคคลทีทมีผู้ติดตามมากที่สุด 1.@suthichai/สุทธิชัย หยุ่น/บรรณาธิการเครือเนชั่น2.@noppatjak/นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์/นักข่าวเนชั่นทีวี3.@Nattha_tvthai4.@Neaw_NBC/Neaw/นักข่าวเนชั่น ทีวี5.@jin_nation/somroutai/นักข่าวเนชั่นทีวี6.@satien_nna/satien viriya /นักข่าวเนชั่นทีวี 7.@can_nw/แคน สาริกา/บก.เนชั่นสุดสัปดาห์ 8.@paisalvision/ไพศาล พืชมงคล/บก.เว็บไซต์ส่วนตัว paisalvision.com 9.@warakorn_NBC/Warakorn Pinrarod/นักข่าวเนชั่นทีวี
10.@Cake_NBC/Phitchaphat /นักข่าวเนชั่นทีวี ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.15 น. และ 10 อันดับทวิตเตอร์ขององค์กรสื่อที่มีผู้ติดตามมกที่สุด ได้แก่ 1.@js100radio/ศูนย์วิทยุ จส.100 2.@ktnews/กรุงเทพธุรกิจ3.@ThaiPBS/TVThai 4.@nnanews/nation news agency5.@BBTVChannel7 6.@PostToday/โพสต์ทูเดย์7.@Thairath_News/ไทยรัฐ 8.@MatichonOnline/มติชน 9.@voice_tv/ VoiceTV InternetTV 10.@Thaipost/ไทยโพสต์ ที่มา: http://www.lab.in.th/thaitrend/mention.php วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เวลา 11.40 น.
3.กระบวนการทางการเมืองผ่านเว็บบอร์ดสาธารณะ พันธิปดอทคอม เนื้อหาหลักของเว็บบอร์ดห้องราชดำเนิน แบ่งเป็น 5กลุ่ม ดังนี้ 1.โจมตีวิพากษ์วิจารณ์ฝั่งตรงข้าม 2.แจ้งข่าวสารเหตุการณ์ทั่วไป 3.สื่อสารกันภายในกลุ่ม 4.เปิดโอกาสให้แสดงข้อมูลสืบค้น แสวงหาข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ 5.พูดคุย เสนอแนะทางออกอย่างสันติวิธี/รณรงค์สร้างความสมานฉันท์ ลักษณะภาษา ที่พบในห้องราชดำเนินแบ่งเป็น 3กลุ่ม ดังนี้ 1.ภาษาที่ไม่เหมาะสมประชดประชัน เสียดสีฝ่ายตรงข้าม 2.ภาษาที่สุภาพ แสดงความเป้นกลาง ปลอดอคติ และ3.ภาษาพูดทั่วไป
4.ฟอร์เวิร์ดเมล์ทาง การเมือง จากการสำรวจจากการสุ่มศึกษา พบ 46 ฟอร์เวิร์ดที่มีการส่งกันระหว่างเหตุการณ์ชุมนุม โดยแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม เนื้อหามากที่สุด คือ 1.กลุ่มวาทกรรมความรู้ ความจริงการชุมนุม /ความขัดแย้งทางการเมืองพบ 13 อีเมลล์ 2. กลุ่มวาทกรรมรักชื่นชมในหลวงและบุคคลอื่น พบ 9 อีเมล์ 3. มี 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มวาทกรรมตลกล้อเลียน-และกลุ่มวาทกรรม ประณาม ประจาน เท่ากัน พบกลุ่มละ 8 อีเมล์ 4.มี 2 กลุ่ม คือ กลุ่มวาทกรรมล้มเจ้า และวาทกรรมโน้มน้าวรณรงค์ทางการเมือง เท่ากัน พบกลุ่มละ 4 อีเมลล์
5.การ สื่อสารทางการเมืองในเครือข่ายสังคมออนไลน์ แตกแยก/สมานฉันท์ แบ่งการสื่อสามรออกเป็น 2 แบบ คือ 1.กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความแตกแยกทางการเมือง พบ 5 กลวิธี ดังนี้ 1.การแบ่งแยก 2.การโต้แย้งโต้เถียงที่ดุเดือด 3.การตรวจสอบ สอดแนมพฤติกรรม เฝ้าระวัง พฤติกรรม เฝ้าระวังพฤติกรรม /ทัศนคติบุคคล- กลุ่มบุคคลที่อันตราย 4.การกล่าวหา ประณาม แฉ และชักชวนให้กีกกันทางสังคม 5.การสร้างความเกลียดชัง และการปฏิเสธ การอยู่ร่วมกัน และ 2.กลวิธีการสื่อสารเพื่อสร้างความสมานฉันท์ทางการเมือง พบ 5 กลวิธี ดังนี้ 1.การรวมกลุ่ม 2.การแสดงความคิดเห็นในเชิงสร้างสรรค์ 3.การตรวจสอบเฝ้าระวัง การรายงานข่าวของสื่อ 4.กลุ่มสื่อสารตรวจสอบขุดคุ้ยนำเสนอข้อมูลความจริงและความรู้ที่ปราศจากอคติ 5.การสื่อสารวาทกรรมสันติภาพ การให้อภัย ความรักความสามัคคี
นาย ธาม กล่าวด้วยว่า การศึกษาครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะดังนี้ 1.ความน่าเชื่อถือของข้อมูล 2.ความรวดเร็วของข้อมูล 3.การหมิ่นประมาทและการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล 4.การแสดงความคิดเห็นบนพื้นที่สาธารณะ 5.การรับส่ง สร้าง เผยแพร่ข้อความ 6.อคติ ความเกลียดชัง ความรุนแรง 7.บทบาทสื่อใหม่ในการเสริมสร้างคุณภาพของความรู้ ความคิดเห็นเสรีที่หลากหลาย และการส่งเสริมการสร้างความสมานฉันท์ ปรองดอง
ข่าวโดย ไทยรัฐออนไลน์
http://www.it-update.net/
25/8/53
เปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ 6 โอเอสใหม่เน้นใช้ง่าย
รีเสิร์ช อินโมชั่น ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 6 ระบุ เป็นสุดยอดระบบปฏิบัติการของผู้ใช้บีบี ใช้ง่ายกว่าเดิม รองรับทั้งจอสัมผัสและคีย์บอร์ดนายไมค์ ลาซาริดิส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท รีเสิร์ช อินโมชั่น หรือ ริม ผู้ผลิต โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนแบล็คเบอร์รี่ กล่าวว่า ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 6 เน้นประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย สำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบล็คเบอร์รี่ทั้งแบบจอสัมผัสและแบบแป้นคีย์บอร์ด ระบบปฏิบัติการใหม่เป็นผลจากการวิจัยและพัฒนา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานแบล็คเบอร์รี่ ด้านการสื่อสาร การค้นหาข้อมูล และมัลติมีเดียที่คาดว่าจะถูกใจผู้ใช้งาน โดยริมได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 6 พร้อมกับการเปิดตัวแบล็คเบอร์รี่ ทอช 9800 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่
จุดเด่นของระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 6 คือ มุมมองที่หลากหลาย ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับ แอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น โดยไอคอนต่าง ๆ จะแสดงไว้บนหน้าโฮมสกรีนหรือหน้าจอหลัก ผู้ใช้สามารถเลือกมุมมองการแสดงแอพพลิเคชั่นได้ถึง 5 รูปแบบ ผ่านระบบสัมผัส สามารถจัดการแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะต้องการให้ไอคอนนั้น ๆ ปรากฏอยู่ที่ใด และเพิ่มข้อมูลผู้ติดต่อ หรือทางลัดหน้าเว็บได้โดยตรงบนหน้าจอหลัก
นอกจากนั้น ระบบปฏิบัติการแบล็คเบอร์รี่ 6 ยังมีระบบยูนิเวอร์แชล เสิร์ช สามารถค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผ่านหน้าจอหลัก หรือแบล็คเบอร์รี่ แอพ เวิลด์ ได้ทันที.
http://www.rssthai.com/reader.php?t=it&r=17157
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


